|

18 กุมภาพันธ์, 2020     1 MIN READ

สัญญาณ 7 ประการที่ชี้ว่าธุรกิจ OEM/ODM ของคุณต้องการ Manufacturing PLM

การจัดการกับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ การปรับปรุงแก้ไข และการจัดส่งทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ตามแบบฐาน (OEM) และผู้ผลิตสินค้าตามรูปแบบของตนเอง (ODM) ต้องติดตามข้อมูลมากมายในแต่ละวัน การจัดการข้อมูลนี้อย่างระมัดระวังมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ผลิตจะต้องดำเนินงานให้เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่แบรนด์ต่าง ๆ กำหนด รวมทั้งผู้ค้าปลีกที่ต้องรับแรงกดดันจากความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทางแก้ไขปัญหาที่ทันสมัย ที่ทำให้สามารถจัดการกับกระบวนการรับใบแสดงรายละเอียดของสินค้าไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการจัดส่งไปยังร้านค้าปลีกได้อย่างง่ายดายขึ้น ในขณะเดียวกันก็ติดตามอัตรากำไรของคุณไปด้วยนั้น ถือเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมการผลิตทุกแห่งจำเป็นต้องมี

การจัดการวงจรการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต (PLM) จะมอบทางแก้ปัญหาดังกล่าว สิ่งนี้เป็นที่เก็บข้อมูลส่วนกลางให้แก่ข้อมูลและการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยได้รับการอัปเดตแบบเรียลไทม์ การพึ่งพาอีเมล, ไฟล์ PDF, สเปรดชีต และงานเอกสารต่าง ๆ ซึ่งถูกจัดเก็บในเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะส่วนตัวของแต่ละบุคคลนั้นได้ล้าสมัยไปแล้ว ในเมื่อทุกสิ่งที่คุณต้องการจะถูกจัดเก็บในระบบ “แหล่งข้อมูลจริงแห่งเดียว” ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย การนำความโปร่งใสเช่นนี้มาใช้ในกิจการของคุณจะทำให้คุณสามารถดูกระบวนการผลิตทั้งหมดได้ ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการติดตามอัตรากำไรของคุณ

โซลูชัน PLM ไม่เพียงแต่จะมีความจำเป็นแค่สำหรับแบรนด์และผู้ค้าปลีกแต่ยังมีประโยชน์มหาศาลสำหรับผู้ผลิตด้วย แต่คุณจะทราบได้อย่างไรว่าธุรกิจของคุณพร้อมที่จะเปลี่ยนจากการใช้กระบวนการต่าง ๆ ที่คุณรู้จักดีและนำโซลูชัน Manufacturing PLM ที่ทันสมัยไปปรับใช้แทนได้ เราขอให้ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเรา คือ คุณ Nick Wei ผู้ซึ่งทำงานกับผู้ผลิตทั่วโลก ให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาของผู้ผลิตด้วยการใช้ PLM รวมทั้งร่วมแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งสำคัญต่าง ๆ ที่ผู้ผลิตควรเอาใจใส่ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าธุรกิจ OEM/ODM ของคุณพร้อมแล้วสำหรับการใช้งาน Manufacturing PLM

1. บ่อยครั้งการค้นหาข้อมูลถือเป็นงานอย่างหนึ่ง

เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บไว้ในหลายรูปแบบและในที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งรวมถึงอีเมล, WeChat, WhatsApp, Google Drive, Excel หรือแม้กระทั่งการบันทึกลงกระดาษ แน่นอนว่าจะทำให้เกิดปัญหาเมื่อคุณค้นหาสิ่งที่คุณต้องการในยามเร่งด่วน! บางทีคุณจำเป็นต้องค้นหารหัสของวัสดุจากซัพพลายเออร์ แต่คุณมีอีเมลมากมายหลายฉบับ จึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่ารหัสใดเป็นรหัสที่คุณต้องการ ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องใช้ช่องทางการสื่อสารอื่นในการติดต่อ…

การค้นหาข้อมูลทำให้คุณเสียเวลาอันมีค่า และยิ่งเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นในกำหนดการประชุมและวันที่จัดส่งสินค้า เมื่อลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คุณสามารถให้คำตอบแก่ลูกค้าได้ทันทีหรือไม่ หากคำตอบส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบว่า “ใช่” แสดงว่าถึงเวลาที่จะพิจารณาถึงการจัดการข้อมูลทั้งหมดแบบรวมศูนย์แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกจัดเก็บไว้ในที่เดียวโดยใช้ Manufacturing PLM คุณจึงไม่ต้องคาดเดาว่าข้อมูลที่ต้องการอยู่ที่ใด

2. คุณไม่มีเวลาที่จะเก็บข้อมูลที่จำเป็น รวมทั้ง BOM ตัวอย่างที่มีข้อมูลปัจจุบัน

ในระหว่างกระบวนการเจรจาต่อรองกับลูกค้า มักจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากกว่าหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงราคาหรือวัสดุ วัสดุที่ผ่านการตัดแต่งแล้ว หรือทักษะฝีมือของช่าง ทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ก็ต้องเปลี่ยนแปลง BOM ไปด้วยเพื่อแสดงให้เห็นถึงการอัปเดตเหล่านั้น คุณพยายามหาเวลาทำสิ่งนี้ในช่วงฤดูกาลสำหรับจัดทำตัวอย่างที่วุ่นวายใช่หรือไม่ แล้วคุณรู้สึกโกรธตัวเองหรือไม่เมื่อคุณรู้ความจริงว่าคุณจัดส่งผลิตภัณฑ์ของลูกค้าโดยใช้ BOM ที่ผิดสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ซึ่งหมายความว่าคุณสูญเสียเงินจากคำสั่งซื้อนี้

การอัปเดตข้อมูลในหลาย ๆ จุดทำให้คุณต้องเสียเวลาอันมีค่า หากปราศจากแหล่งที่เป็นจุดศูนย์กลางสำหรับจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดแล้วคุณก็แทบไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าแหล่งข้อมูลใดเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด ไม่มีใครที่จะมีเวลาหรือสามารถเสี่ยงกับเกมการคาดเดาเช่นนี้ได้ เมื่อคุณกำลังจัดสรรเวลาเพื่อจัดการกับข้อมูลมากมาย และจัดการกับทีมงานและซัพพลายเออร์ต่าง ๆ สิ่งสำคัญก็คือทุกฝ่ายจะต้องมีความเข้าใจตรงกัน

ลองจินตนาการว่าคุณสามารถอัปเดต BOM ได้จากเพียงจุดเดียว ซึ่ง Manufacturing PLM สามารถมอบสิ่งนั้นให้คุณได้!

3. คุณต้องการผลิตสินค้าจำนวนมากขึ้น แต่คุณกังวลว่าคุณไม่มีกำลังการผลิตที่เพียงพอ

คุณจะปฏิเสธงานที่เข้ามาเพราะคุณไม่มีกำลังการผลิตที่เพียงพอที่จะรองรับการผลิตสินค้าจำนวนมากขึ้นและคุณไม่มีงบประมาณที่จะจ้างบุคลากรเพิ่มเติมใช่หรือไม่

หากปราศจากผังขั้นตอนการทำงานที่สามารถไว้วางใจได้แล้ว ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะระบุหากำลังการผลิตของทีมงานที่คุณมีอยู่ได้ จากการใช้ Manufacturing PLM คุณจะสามารถตรวจสอบและปรับเปลี่ยนผังขั้นตอนการทำงานได้ตามค่าเวลามาตรฐาน (SMV) เพื่อให้คุณสามารถตอบ “ตกลงรับงาน” จากลูกค้าได้มากกว่าเดิม และคุณจะได้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องจัดทีมงานใหม่ทั้งทีมเพื่อให้จัดการกับกำหนดการจัดส่งผลิตภัณฑ์ใหม่หรือกำหนดการที่เปลี่ยนแปลง

การเพิ่มผลิตภัณฑ์ลงในฐานข้อมูลได้มากขึ้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วย Manufacturing PLM เนื่องจากคุณสามารถคัดลอกข้อมูลที่มีอยู่ก่อนแล้วและถูกจัดเก็บไว้ในระบบ เพื่อนำไปสร้างใบแสดงรายละเอียดของสินค้าและ BOM ต่าง ๆ เมื่อสามารถตรวจตราห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดได้อย่างแม่นยำแล้ว คุณก็จะใช้เวลาน้อยลงในการพิจารณาว่าคุณจะต้องลดจำนวนส่วนใดลงบ้าง ตัวอย่างเช่น เมื่อพิจารณาจาก PLM คุณอาจเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าคุณจะต้องลดผลผลิตจากวัสดุลง เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว ทีมงานจะมีเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อมุ่งเน้นไปที่งานต่าง ๆ ที่เพิ่มมูลค่า เช่น การเพิ่มผลิตภัณฑ์ลงในผังขั้นตอนการทำงานของคุณ

การรับงานเพิ่มเติมจะต้องใช้เวลาว่างเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ใช้พนักงานเพิ่มขึ้น และโชคดีที่ Manufacturing PLM ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสามารถทำให้คุณมีเวลาว่างนั้นได้!

4. ทุกคนต่างกำลังทำงานร่วมกัน และควรให้เวลากับความคิดริเริ่มต่าง ๆ ที่มีคุณค่ามากกว่าและเป็นการดำเนินงานในเชิงรุก เช่น การออกแบบ หรือการพัฒนา

ในปัจจุบัน ผู้ผลิตที่ทันสมัยส่วนใหญ่ต่างมีทีมงานสนับสนุนด้านการออกแบบเพื่อดำเนินการสร้างสรรค์งานร่วมกับลูกค้า ในไม่ช้าการที่สามารถมอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบให้แก่ลูกค้าของคุณจะกลายเป็นบรรทัดฐาน ดังนั้นหากธุรกิจของคุณกำลังขาดแคลนบริการเช่นนี้ คุณก็อาจเสียลูกค้ารวมทั้งความสามารถในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นด้วย!

ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าปลายทางของคุณต้องการให้ผลิตสินค้าเสร็จเร็วขึ้น และลูกค้าหลายรายต้องการผลิตภัณฑ์แบบยั่งยืนโดยที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม การลงทุนเวลาเพื่อวิจัยและพัฒนาวัสดุและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้ตามความคาดหวังเหล่านี้จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าที่เคย นี่คือสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด แต่ในความเป็นจริงแล้วดูเหมือนเป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้หรือไม่ เพราะไม่มีใครที่จะมีเวลาคิดถึงอนาคตเมื่อคุณจะต้องพบปัญหาในการพยายามติดตามข้อมูลต่าง ๆ เช่น งานประจำวัน และยังต้องหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายจากการขนส่งล่าช้าด้วย

Manufacturing PLM ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถประหยัดเวลาให้กับคุณได้ เพื่อให้คุณสามารถใช้เวลาไปกับงานต่าง ๆ เช่น การทดสอบวัสดุใหม่ การลดต้นทุน การปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น การเพิ่มจำนวน SKU มากขึ้น และการจัดส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีคุณค่ามากต่อความสำเร็จของคุณ แทนที่จะให้ทีมงานเสียเวลาจัดการกับเรื่องน่าหงุดหงิดซึ่งเกิดจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย

5. ผู้คนต่างใช้เวลามากมายในแต่ละวันไปกับการประชุม แทนที่จะทำงานตามที่ตนได้รับมอบหมาย

คุณยังจะต้องเข้าร่วมประชุมอีกครั้งทั้งที่ไม่มีเวลาเหลือที่จะทำงานที่คุณต้องทำหรือไม่ เมื่อคุณเข้าประชุมเสร็จแล้ว บ่อยครั้งคุณคิดว่าจะต้องมีวิธีที่รวดเร็วกว่านี้เพื่อการตัดสินใจหรือไม่ ในเมื่อไม่มีกระบวนการตัดสินใจที่ชัดเจน หรือสถานที่เพื่อให้ทีมงานสามารถค้นหาข้อมูลปัจจุบันได้ การประชุมก็ย่อมเป็นหนทางเดียวเพื่อให้ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อร่วมกันตัดสินใจสิ่งที่สำคัญ

Manufacturing PLM ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องมีการจัดการประชุมหลาย ๆ ครั้ง เพราะเมื่อข้อมูลอัปเดตทุกคนก็จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ นั่นรวมถึงทีมงานภายในของคุณ โดยคุณอาจมีสำนักงานขายในนิวยอร์ก ฮ่องกง ลอนดอน และโรงงานของคุณในตงกวน พม่า และกัมพูชา และยังรวมถึงพันธมิตรภายนอกของคุณ เช่น ซัพพลายเออร์ผู้จัดหาผ้าและวัสดุที่ผ่านการตัดแต่งแล้ว ซึ่งรายชื่อนี้จะยาวมากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด PLM ไม่มีขีดจำกัดด้านสถานที่ตั้ง!

ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ที่ลูกค้าผู้หนึ่งขอให้คุณผลิตเสื้อแจ็กเก็ตแบบรูดซิปแทนที่จะติดกระดุม แทนที่จะต้องจัดการประชุมเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการทำงานนี้ให้ลุล่วง และพยายามหาเวลาที่เหมาะสมสำหรับทุกคนที่อยู่ในเขตเวลาที่ต่างกันเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับคำถามต่าง ๆ อย่าง “คุณต้องการใช้ซัพพลายเออร์รายอื่นหรือไม่” หรือ “งานนี้ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงผังเวลาสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์หรือไม่” Manufacturing PLM มีการอัปเดตแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณมีทางเลือกที่หลากหลายและสามารถตัดสินใจร่วมกันกับทุกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว

ฟังดูแล้วเหมือนเป็นวิธีการใช้เวลาในวันทำงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพใช่ไหม

6. คุณกลัวมากว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงนาทีสุดท้ายหรือการต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน

อุตสาหกรรมนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความต้องการของลูกค้า และแรงขับเคลื่อนของตลาด ทุกคนจึงจะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมนี้ สำหรับผู้ผลิตนั้น การตอบรับอย่างรวดเร็วพร้อมกับการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดนั้นอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกระบวนการต่าง ๆ ทั้งหมดไม่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน การอัปเดตเพียงเล็กน้อยทำให้คุณต้องอัปเดตแหล่งข้อมูลถึง 5 แห่ง และคุณคิดหรือไม่ว่าจะไม่พลาดการอัปเดตใด ๆ

การปรับใช้ผังขั้นตอนการทำงานและการอัปเดตข้อมูลจะกลายเป็นเรื่องง่ายด้วย Manufacturing PLM และยังสามารถเชื่อมกับระบบอื่น ๆ ภายในธุรกิจของคุณได้ เช่น ERP หรือ CAD โดยสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือคุณเพียงแค่ต้องอัปเดตที่จุดเดียวเท่านั้น

PLM สามารถพัฒนาฐานความรู้ของบริษัทได้ โดยเป็นการเชื่อมสไตล์พื้นฐานของคุณเข้ากับไลบรารี่แพทเทิร์นของคุณ ประกาศเกี่ยวกับการดำเนินงาน และค่า SMV นอกจากนี้ โปรแกรมนี้ยังช่วยคุณพัฒนาฐานความรู้เกี่ยวกับลูกค้า ซึ่งรวมถึงกฎเกี่ยวกับการจัดเกรด และรูปแบบของใบแสดงรายละเอียดของสินค้า เพื่อที่ว่าข้อมูลทุกอย่างจะได้ถูกรวบรวมไว้เป็นผังขั้นตอนการทำงานเดียว และคุณสามารถตอบข้อซักถามต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

7. ความสัมพันธ์กับลูกค้ามีอุปสรรค และความไว้เนื้อเชื่อใจเริ่มน้อยลง

ลูกค้าของคุณเชื่อมั่นในตัวคุณว่าจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการได้ทันเวลา เป็นไปตามงบประมาณ และได้ตามมาตรฐานด้านคุณภาพ คุณมีความกังวลว่าจะผลิตสินค้าส่งไม่ทันตามกำหนดอยู่ตลอดเวลา แต่คุณก็ยังย้ำให้ลูกค้ามั่นใจว่าคุณจะผลิตสินค้าได้ทันแม้ว่าคุณเองก็ยังไม่มั่นใจใช่หรือไม่ การทำงานในรูปแบบนี้จะเพิ่มแรงกดดันและความเครียดให้กับทีมงานอย่างมหาศาล และเมื่อคุณดำเนินการไม่ทันตามกำหนด ผลที่เกิดขึ้นตามมาล้วนเป็นผลเสียเมื่อคุณผิดสัญญาที่ให้ไว้แก่ลูกค้า

หากคุณต้องการวิธีที่จะสามารถแสดงความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้แก่ลูกค้าและซัพพลายเออร์ของคุณ โดยสามารถช่วยให้คุณติดตามกำหนดส่งมอบสินค้าได้อย่างใกล้ชิดด้วย คุณก็พร้อมสำหรับการใช้ Manufacturing PLM แล้ว

บริษัทส่วนมากเข้าใจและยอมรับอย่างรวดเร็วว่า PLM จะเป็นสินทรัพย์ที่ดีเยี่ยมสำหรับธุรกิจและมอบประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย เทคโนโลยีนี้จะทำให้คุณมองเห็นผังขั้นตอนการทำงานของคุณได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการเชื่อมทุกสิ่งเข้ากันด้วยกัน เพื่อที่คุณจะไม่พลาดกำหนดส่งมอบงานและสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าของคุณได้ตลอดเวลา Manufacturing PLM ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน ด้วยการติดตาม รายงาน และเก็บข้อมูลในกลุ่มซัพพลายเออร์ หุ้นส่วน และลูกค้าไว้ในจุดเดียว และทำให้ผู้ผลิตมีความคล่องตัวที่จะสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

วันนี้คุณพร้อมที่จะพูดคุยเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในกระบวนการของคุณเพื่อนำไปสู่การใช้ Manufacturing PLM หรือไม่  Request a demo. 

 

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมใช่ไหม ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PLM ว่าสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ผลิตเป็นพิเศษได้อย่างไรในเอกสารรายงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเราอย่างละเอียดในเชิงลึก ซึ่งสามารถชมได้ที่ download

Share this article