Rothy’s: เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ ด้วย Centric PLM™

Rothy’s ซึ่งเป็นผู้ผลิตรองเท้าและอุปกรณ์เสริมที่มีสไตล์ ใส่สบาย และซักได้ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ

ท้าทาย

  • การเติบโตที่รวดเร็ว
  • ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน
  • เป้าหมายเชิงนิเวศที่ตั้งไว้สูง

ผลลัพธ์

  • กระบวนการทำงานที่คล่องตัวมากขึ้น
  • ทัศนวิสัยที่ทำให้ทราบความเป็นไปในโรงงานผ่านระบบ PLM
  • ความสามารถในการติดตามการรับรองและเปอร์เซ็นต์ของวัสดุรีไซเคิล
  • ขจัดแหล่งข้อมูลต่างๆ 14 แห่งเพื่อให้มีศูนย์ข้อมูลเพียงแห่งเดียว

“Centric ช่วยให้คุณไม่ต้องใช้เอกสารและตารางข้อมูลที่ทุกคนจะต้องคอยอัปเดตหรืออาจลืมอัปเดต เพราะเอกสารเหล่านี้อยู่ในแหล่งข้อมูลกลางแห่งเดียว”

 เฮเธอร์ ฮาวเวิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Rothy’s อธิบายเกี่ยวกับการปรับปรุงการทำงานหลังจากใช้งาน Centric PLM ว่า  “จากมุมมองของมนุษย์ Centric PLM ช่วยให้พนักงานของเราทำงานได้ง่ายขึ้นมาก ทั้งในด้านการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการผลิต เราสามารถทำงานกับโรงงานของเราได้โดยตรง… และขจัดขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องทำด้วยตนเองก่อนหันใช้ Centric”

Rothy’s ได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยมีการปลูกฝังเรื่องการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมภายในจิตสำนึกขององค์กร การมีขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพทำให้บริษัทจัดการภารกิจการผลิตรองเท้าที่ยั่งยืนได้ง่ายขึ้น

แนวคิดก่อให้เกิดผลลัพธ์

บริษัทนี้มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2012 และเปิดตัวในปี 2016 ร็อธ มาร์ตินและสตีเฟน ฮอว์ธอร์นธเวตเป็นผู้คิดค้นแนวคิดนี้ขึ้นในขณะที่ทานอาหารค่ำ ทั้งสองต้องการสร้างบริษัทและตัดสินใจเลือกที่จะผลิตรองเท้า ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “พวกเขาได้เรียนรู้ว่าอุตสาหกรรมรองเท้าสร้างขยะมากแค่ไหน และถามว่า ‘เราจะผลิตรองเท้าด้วยวิธีที่แตกต่างและยั่งยืนได้อย่างไร'” เมื่อทำงานกับ OEM ในขั้นแรกๆ ทั้งคู่ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายตามที่ต้องการ และในที่สุดจึงได้ตัดสินใจผลิตด้วยตนเองโดยสร้างโรงงานในประเทศจีนและ Rothy’s ก็เป็นเจ้าของโรงงานทั้งหมดนั้น ปัจจุบันนี้บริษัทผลิตทุกสิ่งที่บริษัทขาย โดยนำเสนอรองเท้าและกระเป๋าถือที่มีสไตล์ ใส่สบาย และยั่งยืน ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์และร้านค้าในบางเมือง

ควบคุมดูแลทั้งหมด

การเป็นเจ้าของโรงงานทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “เราสามารถเป็นเจ้าของการผลิตของเราเองได้จริงๆ เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ทันเวลา เราสามารถวางแผนอนาคตได้โดยใช้ห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้ตรงเวลา 98% และล่าช้า 2% เนื่องจากความล่าช้าที่ท่าเรือ เราติดต่อกับโรงงานของเราอย่างต่อเนื่องและไม่ต้องแข่งขันกับบริษัทอื่นในด้านการผลิต และเราปกป้องดูแลพนักงานในโรงงานให้ปลอดภัยโดยมีมาตรการโควิดของเราเอง เราจึงไม่ต้องหยุดการผลิตเลยแม้แต่วันเดียว” นอกจากนี้ โรงงานยังเป็นพื้นที่พิสูจน์การทดลองแนวคิดใหม่ๆ ของฝ่ายวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์รองเท้าใหม่และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่มี

ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “เราต้องการทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม…เราได้เปิดตัวด้วยโครงร่างรองเท้า 2 แบบ คือแบบพื้นราบและแบบหัวแหลม และเราไม่ออกวางจำหน่ายในตลาดจนกว่าเราจะพร้อม เราคิดอยู่เสมอว่า เราจะทำรองเท้านี้ได้อย่างไรโดยใช้แนวทางที่ยั่งยืนที่สุด เมื่อเทียบกับการเสริมแต่งบางอย่างในภายหลัง”

เหมือนได้อยู่ในสถานที่จริง

การระบาดของโรคส่งผลกระทบต่อการเยี่ยมชมโรงงานในต่างประเทศ ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “โดยปกติเราจะเดินทางไปที่โรงงานของเรา แต่เราไม่ได้ไปที่นั่นในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ซึ่งเหมือนอย่างที่คนส่วนใหญ่เดินทางไม่ได้ การระบาดนี้ทำให้การจัดระเบียบข้อมูลและการทำงานจากแหล่งข้อมูลจริงแหล่งเดียวกันกับฝ่ายผลิตนั้นมีความสำคัญยิ่งขึ้น” เธอยังกล่าวอีกว่าพนักงานไม่ลังเลที่จะทำงานจากที่บ้านโดยใช้ Centric PLM ซึ่งช่วยให้ทำงานจากระยะไกลได้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน “เรามีพนักงานบางคนที่ย้ายออกจากแคลิฟอร์เนียโดยที่ยังคงทำงานอยู่กับเรา และการทำงานก็เดินหน้าไปได้ดีมาก”

มุ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้แบบไม่สะดุด

การพิจารณากระบวนการทำงานที่พลิกโฉมระบบของ Rothy’s อย่างละเอียดถี่ถ้วนนั้นช่วยให้เข้าใจถึงความมุ่งมั่นที่บริษัทแห่งนี้มีต่อการลดขยะให้เหลือน้อยลง โดยเริ่มจากเส้นด้ายที่มาจากขวดน้ำพลาสติก 125 ล้านปอนด์และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงพลาสติกรีไซเคิลจากทะเลกว่า 400,000 ปอนด์ Rothy’s นำเส้นด้ายนี้มาสานเป็นรองเท้าโดยตรงโดยใช้เทคนิคการถักแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้เวลา 3 ปีครึ่งในการทำให้เทคนิคนี้สมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งช่วยลดขยะที่เกิดจากวิธีตัดเย็บแบบดั้งเดิม สำหรับส่วนประกอบอื่นๆ นั้น Rothy’s ผลิตจากวัสดุชีวภาพ เช่น ขนสัตว์ ยาง ทราย ข้าวโพด ใยกัญชง และเมล็ดละหุ่ง ซึ่งสามารถติดตามได้ง่ายโดยใช้ PLM

Rothy’s กล่าวถึงการหมุนเวียนว่าเป็น “วงจรต่อเนื่องที่สร้างหรือเปลี่ยนใหม่ ตั้งแต่วัสดุและการผลิตไปจนถึงผลิตภัณฑ์และการรีไซเคิล วิสัยทัศน์ของเราคือการใช้วัสดุรีไซเคิล 2 ครั้งในผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อปิดวงจรให้เหมือนในธรรมชาติ” โซลูชันบุกเบิกอย่าง PLM เป็นตัวผสานรวมโมเดลวงจรปิดนี้เข้ากับการจัดการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละด้าน ตั้งแต่การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการส่งคืน การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์

สร้างเสริมประสิทธิภาพ

ฮาวเวิร์ดอธิบายว่า บริษัทตัดสินใจใช้ PLM เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานของบริษัท

เมื่อตอนที่เป็นพันธมิตรกับ Centric Software เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เรายังมีอายุน้อยและเติบโตอย่างรวดเร็วจนไม่ได้ใช้ความสามารถทั้งหมดของ Centric PLM ในปีที่แล้วเราได้มุ่งพยายามที่จะปรับกระบวนการทำงานใหม่และใช้ประโยชน์จากความสามารถนั้นอย่างเต็มที่

เราต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทำเรื่องนี้และอาจพบกับความยากลำบาก แต่เมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว คุณจะเห็นว่า การที่คุณสามารถกำจัดแหล่งข้อมูล 14 แห่งที่ทุกคนต้องอัปเดตได้แล้วมีแหล่งข้อมูลจริงแห่งเดียวที่สามารถใช้ในระบบอื่นๆ ได้นั้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก เราทำได้ประมาณ 97% และนี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับทีมของเรา”

ลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ลูกค้าของ Rothy’s มี 2 แบบ ได้แก่ กลุ่มชื่นชอบความงามของสไตล์ ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “เมื่อมีคนลองใส่รองเท้าของเราเป็นครั้งแรก ปฏิกิริยาตอบสนองโดยทั่วไปคือ “โห รองเท้าคู่นี้ใส่สบายมาก” จากนั้นลูกค้ากทราบถึงพันธกิจของเราและวิธีผลิตรองเท้าได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับเรื่องนั้น แล้วก็มีลูกค้าแบบที่คิดกลับกัน คือมีแนวคิดที่ว่า นี่คือวิธีที่ฉันต้องการซื้อของ ฉันต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่ส่งเสริมความยั่งยืน และครุ่นคิดเกี่ยวกับงานที่แบรนด์ทำ

ทั้ง 2 แบบนี้ต่างก็ยอดเยี่ยม เพราะช่วยขับเคลื่อนการบอกต่อแบบปากต่อปากได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว ลูกค้าของเรารู้ว่า เราไม่ได้เพียงแค่ผลิตรองเท้าที่สวยงามและใส่สบายเท่านั้น แต่ยังทนทาน ซักได้ และยั่งยืนอีกด้วย”

บรรจุภัณฑ์และ Happy Returns

บรรจุภัณฑ์เป็นหนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่เห็นเด่นชัดและบริษัทต่างๆ ก็ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากรองเท้าของ Rothy’s สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความยั่งยืนอย่างชัดเจน บริษัทจึงไม่เน้นที่บรรจุภัณฑ์ แต่ก็ยังคงถือเป็นประเด็นที่สำคัญ และเมื่อยอดขายตรงถึงผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรค การขนส่งก็กลายเป็นเรื่องที่สำคัญ ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “เราใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 95% และเรานำกล่องรองเท้าจากชั้นวางมาใช้ในการจัดส่งโดยไม่ได้ใส่ในกล่องอีกชั้น” เนื่องจากเรามีข้อมูลวัสดุที่เชื่อมโยงโดยตรงกับรหัสบรรจุภัณฑ์แต่ละรายการใน BOM (รายชื่อวัสดุ) จึงช่วยให้ง่ายต่อการระบุเปอร์เซ็นต์ของวัสดุรีไซเคิล

เธอกล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ เราทุกคนทราบกันดีว่า มีการขนส่งแบบย้อนกลับเมื่อมีการคืนสินค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะทุกคนสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ เราได้จับมือกับ Happy Returns ซึ่งเป็นบริษัทที่มีจุดรับคืนสินค้าทั่วสหรัฐอเมริกา จึงช่วยลดภาระที่ลูกค้าต้องคืนสินค้าด้วยวิธีเดิมที่ต้องพิมพ์ฉลาก ติดฉลากที่กล่อง และนำกล่องไปส่ง แต่จากนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องมีกล่องอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น คุณสามารถคืนรองเท้าของคุณที่ Paper Source [ซึ่งมีจุดรับคืนสินค้า]” ลูกค้าจะได้รับเงินคืนภายใน 60 วินาทีทันที ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “จุดรับคืนสินค้าใช้ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ช่วยให้ประหยัดกระดาษลังได้ประมาณ 54 ตันต่อการคืนทุก 1 ล้านครั้ง การที่สามารถลดปริมาณกระดาษลังขนาดนี้ได้นับเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ” และก็สามารถติดตามการคืนสินค้าในขณะที่คืนได้โดยตรงโดยใช้ศูนย์ข้อมูลกลางทางดิจิทัล

ยังไม่พร้อมที่จะทิ้ง

Rothy’s ปรับปรุงการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ฮาวเวิร์ดกล่าวว่า “ในขณะที่เราเติบโตขึ้นในปี 2021 เราเริ่มค้นหาก้าวต่อไปในเส้นทางด้านความยั่งยืนและการออกแบบ รวมถึงโซลูชันสำหรับการหมดอายุการใช้งาน แม้ว่าเราได้ออกแบบรองเท้าและกระเป๋าให้มีความทนทาน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็จำเป็นต้องมีโซลูชันที่ยั่งยืนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่สวมใส่ไม่ได้แล้ว และความคิดริเริ่มแรกที่เรามีต่อเรื่องนี้คือโปรแกรมนำร่องรีไซเคิล เราให้ผู้คนนำรองเท้ามาที่ร้านของเรา จริงๆ แล้วเราก็พบปัญหาเล็กน้อย เพราะผู้คนไม่พร้อมที่จะทิ้งรองเท้า Rothy’s ของตัวเอง ทัศนคติของพวกเขาคือ ‘รองเท้าคู่นี้ยังมีสภาพดี ฉันสามารถล้างรองเท้าได้ และฉันยังไม่พร้อม ฉันไม่อยากทิ้งรองเท้าไป’ เราเรียนรู้จากเรื่องนี้ได้มาก”

“งานที่เรากำลังทำในเรื่องวิธีแยกส่วนรองเท้าทำให้เกิดความคิดริเริ่มถัดไป นั่นคือวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล 2 ครั้ง” ฮาวเวิร์ดกล่าว “เนื่องจากทุกส่วนในรองเท้าของเราเป็นวัสดุธรรมชาติหรือรีไซเคิล จึงง่ายต่อการนำส่วนประกอบเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ เราจะแยกส่วนและเรียกคืนวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล 2 ครั้งมาเพื่อสร้างสินค้าใหม่” บริษัทต่างๆ สามารถใช้ PLM ในการจัดการวัสดุที่หมดอายุการใช้งานได้ โดยเพิ่มการติดฉลากผลิตภัณฑ์หมุนเวียนหรือแท็กที่เป็นไปตามบัญญัติแรงงาน (BOL) เช่น “การคืนสินค้า” “การแยกส่วน” “การตัด / การฉีก / การบด” เป็นต้น

ไร้ขยะ

ฮาวเวิร์ดกล่าวถึงความคิดริเริ่มต่อไป นั่นคือโรงงานไร้ขยะ “เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก และเราเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ในอุตสาหกรรมนี้ที่ทำแบบนี้ได้ โรงงานของเราจะได้รับสถานะ LEED และการรับรองการไร้ขยะอย่างแท้จริงในปีนี้ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเรากำลังก้าวเดินตามแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือการผลิตแบบหมุนเวียนโดยสมบูรณ์ เป้าหมายปี 2023 ของ Rothy’s เป็นเป้าหมายที่เรามุ่งหวังสูงสุด ซึ่งไม่เพียงแค่สร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นด้วยวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล 2 ครั้งและวัสดุจากชีวมวลเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น แต่ผลิตภัณฑ์ Rothy’s ทุกชิ้นบนโลกนี้จะมีโซลูชันหลังจากที่สวมใส่ไม่ได้แล้ว” การติดตามการรับรองและการปฏิบัติตามข้อบังคับและข้อกำหนดเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสถานะดังกล่าว โดย Centric PLM ดำเนินการควบคู่ไปกับข้อมูลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด สำหรับบริษัทที่ไม่ได้เป็นเจ้าของโรงงานของตนเอง การติดตามการรับรองของ OEM และซัพพลายเออร์นั้นยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในการทำให้บริษัทมีความยั่งยืน เนื่องจากการรับรองหมดอายุได้และจำเป็นต้องได้รับการจัดการ

บทส่งท้าย

สำหรับธุรกิจที่ต้องการจัดทำแผนงานด้านความยั่งยืน ฮาวเวิร์ดให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ต้องการสนับสนุนความยั่งยืนอย่างเต็มที่ยิ่งขึ้นว่า “ควรเริ่มต้นด้วยการแบ่งสิ่งต่างๆ ออกเป็นส่วนๆ เพราะถ้าคุณทำทุกอย่าง คุณจะรู้สึกล้นมือและจะไม่ได้ทำอะไรเลยในที่สุด ให้พิจารณาเป็นกรณีไป เช่น ทีมซัพพลายเชน มาดูบรรจุภัณฑ์ของเรากัน เรากำลังทำอะไรอยู่ เราสามารถทำอะไรที่แตกต่างได้บ้าง ว่าไงทีมวัสดุ คุณสามารถลดขยะที่ส่วนไหนได้บ้าง… แล้วพูดคุยกับแต่ละทีมที่มีงานมานำเสนอเพื่อพัฒนางานให้ก้าวหน้า ฉันคิดว่านี่จะเป็นแนวทางการทำงานที่ดีที่สุด” และแน่นอนว่าควรใช้ PLM ที่ทันสมัยสำหรับการออกแบบและการผลิต เพื่อจัดการกับความซับซ้อนที่ต้องสอดคล้องกับการส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

Read more

View all references