|

27 กันยายน, 2021     1 MIN READ

5 เหตุผลที่บริษัทแว่นตาจำเป็นต้องใช้ระบบ PLM

ทุกวันนี้ แว่นตาเป็นทั้งเครื่องประดับแฟชั่นพอๆ กับเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดไม่ได้ ทั้งยังบ่งบอกได้ถึงสไตล์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าคุณจะซื้อแว่นตาประเภทใด จะเป็นแว่นอ่านหนังสือ กรอบแว่นที่นักทัศนมาตร (optometrist ) เป็นผู้ตรวจวัดให้ หรือแว่นกันแดดใหม่ ทั้งผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกต่างก็ต้องการคอลเลกชั่นใหม่ที่มีการอัปเดตบ่อยครั้ง

หากไม่มีระบบการจัดการวงจรการผลิต (PLM) บริษัทแว่นตาก็อาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีมากขึ้นอยู่เสมอ ด้วยการใช้เพียงอีเมลและตารางข้อมูล เพื่อจัดการทั้งการออกแบบ การพัฒนา และการผลิต การยังคงใช้ระบบที่ล้าสมัยเช่นนี้อาจเป็นปัญหา มีค่าใช้จ่ายสูงและมีความเสี่ยง

อุตสาหกรรมแว่นตามีการดำเนินงานในหลายรูปแบบ อาทิ

  • ผู้ผลิตแว่นตาที่ดำเนินการผลิตในแบรนด์ของตัวเอง ตั้งแต่การเก็บสต็อกสินค้าไปจนถึงการจำหน่ายหน้าร้าน
  • บริษัทผู้ผลิตแว่นตาที่ออกแบบและผลิตแว่นตาให้แบรนด์ต่างๆ
  • บริษัทที่ให้สิทธิ์ในแบรนด์ของตนเองแก่บริษัทผู้ผลิตจากภายนอก
  • ผู้ค้าปลีกที่จำหน่ายแว่นตาหลากหลายประเภทและ/หรือสินค้าอื่นๆ

 

ไม่ว่าคุณจะมีโมเดลธุรกิจในรูปแบบใดหรือห่วงโซ่อุปทานลักษณะใดก็ตาม ระบบ PLM ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ การออกแบบ, การพัฒนา และการบริหารจัดการเกี่ยวกับแว่นตา ระบบ PLM สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจและช่วยให้ทีมของคุณมีเวลาในการออกแบบ สร้างสรรค์ และคิดค้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา การผลิต และนำสินค้าออกสู่ตลาดได้

 

นี่คือ 5 เหตุผลที่บริษัทแว่นตาจำเป็นต้องใช้ระบบ PLM

 

1. การบริหารจัดการความซับซ้อนของสินค้า

เมื่อพูดถึงการพัฒนาในฐานะสินค้าแฟชั่น การผลิตแว่นตามีหลายสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ทั้งเรื่องรูปทรง สี และขนาดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบริหารแบรนด์ขนาดใหญ่หรือแบรนด์เฉพาะของตัวเองที่ต้องการรุกตลาดต่างประเทศ ก็ไม่มีทางที่จะจัดการความซับซ้อนของกระบวนการได้ด้วยการใช้แค่ตารางข้อมูลและอีเมล ระบบ PLM เป็นการปฏิวัติการออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนา และการจัดสรรกระบวนการต่างๆ เพื่อให้สามารถบริหารความซับซ้อนของสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้ง่าย โดยใช้พนักงานและทรัพยากรในจำนวนเท่าเดิม

โซลูชั่นเทคโนโลยีอย่าง Centric PLM™ ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเข้าไว้ด้วยกันในรูปแบบดิจิทัล โดยทีมและซัพพลายเออร์อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก โซลูชั่น Centric PLMจึงช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานกับทีมอื่น และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยสามารถระบุและจำลองการคาดการณ์ด้านต้นทุน “ที่อาจเกิดขึ้น” ของกรอบและสไตล์ของแว่นตามากมายได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนบริหารจัดการสเปค ติดตามข้อมูลความสอดคล้องด้านกฎระเบียบ และอัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ หมวดหมู่ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้โดยอัตโนมัติ

กระบวนการที่คล่องตัวและการมองเห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดด้วย Centric PLM มีผลต่อการที่ผลิตภัณฑ์จะได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ส่งผลให้การเสนอผลิตภัณฑ์และการตัดสินใจเกี่ยวกับสไตล์ใหม่ๆ และกลุ่มสินค้าที่จะเพิ่มเข้าไปนั้นเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น

ดาวน์โหลดสมุดปกขาว: เปรียบเทียบระหว่างตารางข้อมูลกับระบบ PLM: คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้ว

 

2. ต้นทุนการผลิตที่ลดลง

การควบคุมต้นทุนอย่างรัดกุมเป็นสิ่งสำคัญในขั้นตอนการผลิต การลดต้นทุนลงนั้นจึงช่วยเพิ่มอัตราส่วนต่างของสินค้าซึ่งทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นนั่นเอง Centric PLM ช่วยลดต้นทุนได้อย่างไร

  • เปรียบเทียบซัพพลายเออร์และคำนวณต้นทุนได้ง่าย: ลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเออร์ เปรียบเทียบราคา ต้นทุนของวัตถุดิบและการจัดส่ง ซึ่งช่วยให้ได้เปรียบในการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์
  • เพิ่มอำนาจในการซื้อ ลดความสูญเปล่า: การมองเห็นกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบได้ไม่ทั่วถึงนำไปสู่การสั่งสินค้าที่มากเกินไปและอาจมีโอกาสที่จะสั่งมาโดยสูญเปล่า การมองเห็นข้อมูลได้ทะลุปรุโปร่งจะช่วยรวบรวมและสรุปความต้องการใช้งานวัตถุดิบของหลายๆ แบรนด์มาไว้ด้วยกัน เพื่อสั่งซื้อในปริมาณมากและได้ราคาที่ถูกลง ขณะเดียวกันก็เป็นการย้ำเตือนให้ซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น
  • การจำลองตัวอย่างสินค้าด้วยดิจิทัล: การทำงานโดยใช้ โปรแกรม Connector และ Viewer แบบ 3 มิติ ของ Centric PLM ช่วยให้สร้างตัวอย่างสินค้าแบบดิจิทัล เสนอความเห็น และทำซ้ำได้มากเท่าที่ต้องการ จึงช่วยลดทั้งต้นทุนและเวลาที่หมดไปกับการสร้างและจัดส่งตัวอย่างสินค้าจริง
  • การตัดสินใจโดยมีข้อมูลประกอบ: เมื่อมองเห็นข้อมูลได้ทั่วถึง ก็จะทำให้มีความรู้เชิงลึกในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะเข้าใจผลิตภัณฑ์คุณได้มากขึ้น ตั้งแต่สินค้าขายดีไปจนถึงสินค้าค้างสต็อกจากฤดูกาลที่แล้ว เพื่อช่วยในการปรับเปลี่ยนการดำเนินการผลิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป

Eyewear PLM

3. ปล่อยสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

มีการเปลี่ยนแปลงมากมายและรวดเร็วในแง่ความต้องการและจุดประสงค์ของลูกค้า แม้ว่าแว่นตาจะไม่แตกต่างกันก็ตาม การทำงานเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมที่หลากหลายยิ่งขึ้นออกสู่ตลาดช่วยให้แบรนด์สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น

ระบบ PLM ช่วยให้เข้าถึงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะช่วยปรับขั้นตอนการทำงานในแต่ละวันให้เหมาะสม พร้อมทั้งช่วยให้มองเห็นภาพรวมจากระดับบนสุดของแบรนด์และสไตล์ต่างๆ เพื่อเร่งการพัฒนาและการผลิตสินค้าได้เร็วขึ้น ลองใช้คุณสมบัติในการมองเห็นข้อมูลที่รอบด้านเพื่อหาจุดคอขวดที่ทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนและเวลา แล้วลงมือแก้ไขเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไปต่อได้

 

4. ลดความเสี่ยง:

โซลูชั่น PLM จะรวบรวมข้อมูลที่ทีมสามารถเข้าถึงไว้ที่ศูนย์กลาง และขจัดขั้นตอนที่เป็นภาระของผู้ดูแลระบบได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้ทีมสามารถทุ่มเทกับงานที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ ได้ ผู้ผลิตจึงควรที่จะต้องลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียพันธมิตรของแบรนด์ที่ไม่พอใจเนื่องจากการส่งตัวอย่างสินค้าไม่ตรงเวลาหรือคำสั่งซื้อตกหล่น รวมถึงการลดความเสี่ยงที่ทำให้อัตรากำไรของผลิตภัณฑ์หดตัวลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการเติบโตในแต่ละปี รวมถึงผลกำไรโดยรวมของผลิตภัณฑ์ด้วย

หากทีมงานจมอยู่กับมวลข้อมูลมหาศาล ก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะประสบปัญหาในการรักษาพนักงานและการดึงดูดบุคลากรที่มีฝีมือหน้าใหม่ๆ ได้ อย่างไรก็ดี เมื่อพนักงานมีความสุขและตั้งใจมากขึ้น บริษัทก็สามารถทำงานอย่างมีกลยุทธ์เพื่อเติบโต สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น และนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการทำงานร่วมกันและการสื่อสารที่ดีขึ้นระหว่างทีม

 

5. การเพิ่มอัตรากำไรให้ได้มากที่สุด

การลงทุนในเทคโนโลยีและการเพิ่มประสิทธิภาพช่วยให้ทีมสามารถคิดค้นและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พร้อมทั้งทำงานไปด้วยกันเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่มีร่วมกันได้ โดยทุ่มเทเพื่อการผลิตแว่นตาคุณภาพสูง ขณะเดียวกันก็ยังคงความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อยู่เสมอ

คอยดูอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์ที่จะเพิ่มขึ้นได้เลยเมื่อบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ในต้นทุนการผลิตที่น้อยลงและออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น PLM ไม่ใช่ระบบที่จะทำให้สิ้นเปลือง แต่เป็นระบบที่จำเป็นเพื่อให้ก้าวทันตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน Centric PLM เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ เพราะนี่คือขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจและกลยุทธ์สู่ตลาดโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

H3: ทำไมต้องเป็น Centric Software®

ความรู้เชิงลึกในอุตสาหกรรม: Centric PLM ได้รวมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดทั้งในด้านแฟชั่น การค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค และการผลิตเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นโซลูชั่นที่กำหนดค่าได้หลากหลาย จึงสามารถจัดโครงสร้างให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางธุรกิจที่เฉพาะของคุณได้ โดยสามารถกำหนดค่าแดชบอร์ดให้เข้ากับการใช้งานด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลขั้นตอนการทำงาน หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ การรายงานข้อมูล หรือด้านการเงินก็ตาม

ใช้ได้กับการตั้งค่ารูปแบบต่างๆ: ด้วยโมดูลที่หลากหลายซึ่งออกแบบมาสำหรับแต่ละขั้นตอนการพัฒนา Centric PLM จึงเหมาะสำหรับบริษัทในอุตสาหกรรมแว่นตา โดยเป็นเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นพื้นฐานสำหรับบริษัทที่ต้องบริหารจัดการหลายแบรนด์ หรือบริหารแบรนด์แว่นตาของตัวเอง รวมถึงผู้ที่ออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในแบรนด์ของตน

การนำไปใช้งานได้อย่างคล่องตัว: ลดความเสี่ยงในการลงทุนและเห็นถึงประโยชน์ของระบบ PLM ในเวลาไม่กี่เดือน หลังใช้งานผ่านไป 3-4 เดือน คุณก็สามารถเริ่มใช้ Centric PLM สำหรับคอลเลกชันปัจจุบันได้เลย

Centric Software เป็นผู้นำตลาดในด้านโซลูชั่น PLM ซึ่งมอบเครื่องมือดิจิทัลที่จำเป็นให้กับบริษัทเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน สร้างสรรค์นวัตกรรม และเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

Share this article